มงคลสะหรีวันปีใหม่แก้ว
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเวลาจากปีเก่าขึ้นสู่ปีใหม่ของชาวล้านนาแต่โบราณกาล และสิ่งที่ต้องการทั่วไป คือหวังจะให้สิ่งที่เลวร้ายในปีที่ผ่านมาตกไปกับปีเก่า ขณะเดียวกันก็อยากให้สิ่งที่ดีๆบังเกิดขึ้นในปีใหม่ที่จะมาถึง กิจกรรมทางความเชื่อจึงถูกคิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว จนกลายเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติสืบมา
กิจกรรมทางความเชื่อในช่วงเทศกาลสงกรานต์ บางอย่างลางเลือนไปบ้าง บางอย่างยังดำรงอยู่ และเพื่อเป็นการทบทวนในแง่ของการปฏิบัติ ผู้เขียนขอเสนอวิธีปฏิบัติโดยจะเลือกเอาเฉพาะที่เป็นที่นิยมโดยองค์รวม ซึ่งจะอาศัยวันในช่วงนี้เสนอแต่ละวันสำคัญอันได้แก่ วันสังขานต์ล่อง วันเน่า วันพญาวันและวันปากปี
วันสังขานต์ล่อง
วันสังขานต์ล่องปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๔ เมษายน วันนี้ควรทำความสะอาดเคหสถาน ที่อยู่อาศัย ที่นอนหมอนมุ้ง พร้อมกระทำพิธีสระเกล้าดำหัวด้วยน้ำขมิ้นส้มป่อย
รายละเอียดเฉพาะพิธีกรรมสระเกล้าดำหัวนั้น ถ้าจะให้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านให้หาน้ำจากแม่น้ำเจ็ดสาย จากบ่อน้ำเจ็ดบ่อ และน้ำจากวัดสำคัญอีกเจ็ดแห่ง มาใส่ไว้ในภาชนะ จากนั้นให้หาฝักแห้งของส้มป่อยที่มีจำนวนข้อเจ็ดข้อ ให้ได้จำนวนเจ็ดฝัก แต่ละฝักให้นำไปปิ้งไฟจากกองไฟที่ก่อขึ้นนอกชายคาบ้าน และกองไฟนั้นต้องก่อจากฟืนเจ็ดดุ้นเท่านั้น เมื่อปิ้งฝักส้มป่อยพอให้มีกลิ่นหอมแล้วให้นำไปแช่ไว้ในน้ำที่เตรียมไว้ ซึ่งอาจมีการเพิ่มเติมผงขมิ้น น้ำอบน้ำหอม ดอกแห้งของสารภี คำฝอยหรือดอกประโยงด้วยก็ได้ เสร็จแล้วเสกเป่าน้ำด้วยมนต์คาถาที่เรียกว่า “คาถาปู่ส้มป่อยย่าส้มป่อย”
อาคมดังกล่าว ท่านให้เสกส้มป่อยจำนวน ๗ คาบ และเสกน้ำส้มป่อยอีก ๗ คาบ จากพลังอันศักดิ์สิทธิ์โดยธรรมชาติของฝักส้มป่อย ผนวกกับฤทธานุภาพจากการปิ้งไฟกระตุ้น สำทับด้วยการเสกเป่าด้วยอาคมขลัง จึงเกิดพลังที่เชื่อกันว่าจะขจัดเสียซึ่งเสนียดจัญไรและโพยภัยนานัปการ
หลังจากเสกน้ำแล้วให้ทำพิธีสระเกล้าดำหัว คือรดน้ำที่ศีรษะตน โดยแต่ละปีให้หันหน้าไปเฉพาะโบราณกำหนดทิศที่ไว้ ท้ายที่สุดให้ทัดดอกไม้อันเป็นดอกไม้นามปีของแต่ละปี
นอกเหนือจากนี้ โบราณยังนิยมอาบน้ำแล้วผลัดผ้าใหม่ให้ผู้เฒ่าผู้แก่ภายในครอบครัวในวันนี้ด้วย
กิจกรรมตามความเชื่ออีกอย่างคือการปล่อยปลา ปล่อยเต่า และปล่อยนก เพื่อให้เคราะห์ภัยต่าง ๆดั่งคำกล่าวของคนโบราณที่ว่า “หื้อไหลไปโตยน้ำ ย่ำไปกับดิน บินขึ้นบนอากาศ”
อนึ่งสิ่งที่นิยมปฏิบัติคือการปลูกพืชไม้เถาประเภท ฟัก แฟง แตงร้าน โดยนิยมเตรียมหลุมดินตื้นๆ ที่มีการเผามูลสัตว์แห้งเช่น วัว ควาย บนหลุมแล้วรดน้ำให้ชุ่มก่อนหน้านั้นหนึ่งคืน พอถึงวันสังขานต์ล่องจะนำเมล็ดพันธุ์ลงปลูก ด้วยเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองอายุยืนยาว และสิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งคือ โบราณท่านห้ามเสพเมถุนในวันสังขานต์ล่องโดยเด็ดขาด หากผ่าฝืนจะมีผลทำให้ชีวิตมีแต่ความมัวหมอง ตกต่ำไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว
วันเน่า
วันเน่าปีนี้ได้แก่วันพุธที่ ๑๕ เมษายน ถือเป็นวันสุกดิบ สิ่งมงคลที่ควรทำคืองดเว้นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ อาทิการด่าทอ ทะเลาะวิวาท และควรจัดเตรียมสิ่งของที่จะนำไปทำบุญที่วัดในวันรุ่งขึ้น นอกจากนี้อาจไปขนทรายเข้าวัดเพื่อร่วมกันก่อเจดีย์พร้อมเตรียมตุงสำหรับปักเจดีย์ในวันพญาวันด้วย
วันพญาวัน
วันพญาวัน คือวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ เมษายน เป็นวันเถลิงศก ช่วงเช้าควรเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับบุญกุศลวิญญาณ ความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กล่าวคือ ไปทำบุญที่วัดเพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ พร้อมอุทิศถึงเทวดา เจ้ากรรมนายเวร แล้วสรงน้ำพระเจดีย์ พระพุทธรูป และปักตุงที่เจดีย์ทราย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะอยู่ที่วัด ส่วนที่บ้านควรจัดเครื่องสักการะบูชาแล้วประกอบพิธีบูชาเพื่อขอขมา และแสดงความเคารพต่อสิ่งที่ตนเคารพ เช่น หอเจ้าที่ หอผีปู่ย่า ศาลอารักษ์ เป็นต้น หลังจากนั้น ผู้คนส่วนหนึ่งนิยมหาใบไม้ที่ถือเป็น “พญาไม้” ประจำปีมาผูกเสาเรือน ประตูเรือนและประตูบ้าน ซึ่งปีนี้ไม้ไผ่เป็นพญาไม้ จึงควรหาใบไผ่มาผูกตามความนิยม ในขณะที่บางคนอาจถือโอกาสครอบครูเรียนคุณ
วันปากปี
วันปากปี คือวันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน ถือเป็นวันเริ่มต้นชีวิตที่ดี หลายท้องที่จะประกอบพิธีสืบชาตาหมู่บ้าน ควรไปร่วมงานกันพร้อมหน้า ตกเย็นประกอบอาหารอันมีขนุนเป็นหลัก บ้างก็ทำอาหารประเภทลาบเอาเคล็ดทางโชคลาภเป็นประเดิม บ้างเสริมบารมีด้วยการจุดเทียนมงคลบูชาพระ ซึ่งมักประกอบด้วยเทียนยันต์สืบชาตา สะเดาะเคราะห์และรับโชค เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทั้งหมดจะถือเป็นสิริมงคลดังประสงค์ ต้องปฏิบัติให้ตรงกับวันในแต่ละวันที่เป็นตัวกำหนดแนวทางปฏิบัติเท่านั้น ทั้งนี้และทั้งนั้น กิจกรรมต่าง ๆ ที่ชาวล้านนายึดถือปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการชำระล้างในวันสังขานต์ล่อง งดการด่าทอทะเลาะวิวาทในวันเน่า ทำบุญให้ทาน สรงน้ำพระ สระเกล้าดำหัวผู้ใหญ่ในวันพญาวัน ตลอดจนสืบชาตาครอบหรือหมู่บ้านในวันปากปี ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีงาม เข้ากับหลักธรรมทุกประการ ทั้งการให้ทานด้วยอามิสทาน อภัยทาน การปฏิบัติธรรม เช่น กตัญญูกตเวทิตาธรรม การเจริญเมตตาธรรม และสามัคคีธรรมร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ย่อมเอื้อประโยชน์ต่อสิ่งที่ดี ๆ แก่ชีวิต บันดาลผลให้เกิดความเป็นสิริมงคลที่ดีเป็น “มงคลสะหรีวันปีใหม่แก้ว” อย่างแท้จริง
ข้อมูลโดย “อาจารย์สนั่น ธรรมธิ