ต้นตองตึง คือต้นพลวง มีลักษณะของไม้ยืนต้นสูงประมาณ 20 – 30 เมตร เป็นพันธุ์ไม้หลักของป่าเบญจพรรณแล้ง ป่าเต็งรัง หรือป่าแดง ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 100-600 เมตร พื้นที่ที่พบอยุ๋ในบริเวณที่ดินปนหิน แห้งแล้ง มักจะเรียกว่า “ป่าเต็งรัง” แต่ส่วนมากจะเป็นต้นพลวง และต้นเหียง ชาวล้านนานิยมนำใบตองตึงดิบมาห่อข้าวเหนียว ห่ออาหาร เพราะมีใบที่เหนียวไม่เปราะแตกง่ายเท่ากับใบสัก ทั้งยังใช้ทำหลังคาตองตึง โดยการนำใบมาสานเป็นตับแล้วมุงหลังคา
หลังคาตองตึงใช้แพร่หลายในจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะปัจจุบันยังพบเรือนตามชนบทของจังหวัดเชียงใหม่ และแม่ฮ่อนสอน กระบวนการทำหลังคาตองตึงเกิดขึ้นในช่วงหนาวและแล้งประมาณเดือนธันวาคม – มีนาคม เป็นช่วงที่ใบตองตึงกำลังร่วงเพื่อผลัดเปลี่ยนใบใหม่
ตอนเช้าเวลาประมาณ 6.00 – 8.00 น. จะเริ่มเข้าป่าเพื่อไปเก็บใบตองตึงที่ร่วง ซึ่งในช่วงเช้าของฤดูหนาว หมอกและไอน้ำช่วยให้ใบตองตึงที่แห้งอ่อนตัวลง ระหว่างที่เดินหาอยู่นั้นหากเหยียบลงไปใบจะไม่แตกกรอบ และเก็บได้ในปริมาณมาก
การคัดเลือกใบไม้ที่ร่วงจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ เพราะในป่ามีพันธุ์ไม้หลากหลาย โดยเฉพาะรูปทรงของใบสัก ใบเหียง ใบตองตึง มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ใบตองตึงที่นำมาใช้ได้ต้องมีขนาดใบค่อนข้างใหญ่ ความกว้างของใบประมาณ 20 เซนติเมตรขึ้นไป ก้านใบแข็ง รูปใบสมบูรณ์
ก่อนที่จะนำมาสาน ต้องเตรียมไม้ไผ่ที่จะมาทำเป็นแกนหลังคาตองตึง โดยตัดเป็นท่อนประมาณ 2 – 3 เมตร แช่น้ำทิ้งไว้ 2 อาทิตย์ – 1 เดือน พร้อมกับเตรียมตอกที่จะใช้สานและมัด ด้วยการจักตอกเป็นเส้นยาวมีความหนาพอประมาณ นำใบตองตึงที่เก็บมาฉีดพรมน้ำให้ทั่ว พักไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง – 1 ชั่วโมง
การสานตองตึง ให้นำใบตองตึงสองใบวางซ้อนกันแล้วพับทบลงไปบนไม้ไผ่ จากนั้นใช้ตอกมัดยึดให้ตองตึงติดกับไม้ไผ่ การติดตั้งหลังคาตองตึงใช้วิธีการมัดด้วยตอก ยึดแกนไม้ไผ่ของตับหลังคาเข้ากับไม้ก้านฝ้า ข้อดีคือมีน้ำหนักเบา เป็นหลังคาที่ระบายอากาศได้ดี ภายในตัวเรือนเย็นสบาย
ข้อมูล: ฐาปนีย์ เครือระยา สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่